ประวัติของพาสต้า

ประวัติของพาสต้า

พาสต้า (Pasta) เป็นอาหารพื้นเมืองของเกาะซีซิลิประเทศอิตาลีมาตั้งแต่สมัย ปี ค.ศ.1154 ทำขึ้นจากแป้ง หรือ ไข่ มักถูกนำไปใช้ต้ม หรือ อบ สามารถทำเมนูได้หลากหลาย หากเป็นคนที่ต้องการอาหารที่ปราศจากกลูเตน ยังมีพาสต้าที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว แทนพาสต้าที่ทำจากแป้งสาลีอีกด้วย

การทำพาสต้าในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ทำด้วยการขึ้นรูปตามแบบในโรงงานขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าเราจะสามารถทำมันในบ้านได้ก็ตาม พาสต้าของฝรั่งเศษ ถูกทำด้วยมือมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าบางครั้งพวกเขาจะใช้เครื่องมือมาช่วยทุ่นแรงบ้างเป็นครั้งคราว แต่สำหรับการบรรจุหรือส่งออกนอกประเทศ พวกเขายังคงต้องทำในโรงงานขนาดใหญ่ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์จากพาสต้าจำนวนมากเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคได้

รูปร่างของพาสต้าเท่าที่มีการจดบันทึก มีมากกว่า 310 ชนิด มีชื่อแรกแตกต่างกันกว่า 1,300 ชื่อ โดยในอิตาลีจะตั้งชื่อเส้นตามลักษณะรูปร่างของมัน หรือตามถิ่นกำเนิด ยกตัวอย่างเช่น cavatelli ที่มีชื่อเรียกต่างกันมากถึง 28 ในแต่ละเมือง แต่ถ้าพูดถึงรูปร่างดั่งเดิมของมันแล้ว พาสต้ามีความเรียบง่าย มีขนาดยาว สั้น ทรงประบอก แบนเป็นแผ่น ในสมัยก่อนมันเป็นอาหารที่เรียบง่าย มีให้เห็นได้ทุกครัวเรือน นิยมทานเป็นอาหารรองท้องในช่วงเช้า หรือจะทำเป็นสลัด และมื้อเย็นจานใหญ่ เซิร์ฟได้ทั้งร้อนและเย็น พร้อมกับน้ำซอสราดที่ดูน่ารับประทาน

ในตำนานกรีกเล่ากันว่าพาสต้าเป็นสิ่งที่ถูกสร้างจากเทพเจ้าที่คิดค้นเครื่องรีดแป้งเป็นเส้นยาว ๆ  ออกมา ในช่วงยุคศตวรรษที่ 14 ถึง 15 พาสต้าเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยความสะดวกในการเก็บรักษา สามารถใช้เป็นเสบียงบนเรือในการเดินทางข้ามมหาสมุทธ ร้อยกว่าปีต่อมาพวกมันถูกนำไปค้าขายและรู้จักกันทั่วโลก

การผลิตพาสต้าด้วยเครื่องจักรครั้งแรก เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ.1600 ในซานเรโม พวกเขาทำการอัดขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์พาสต้าชนิดต่าง ๆ จำนวนมหาศาล จนต่อมาเครื่องมือเหล่านี้ได้ถูกนำไปสร้างที่เมือง เจนัล บารี บรินดิซิ และทัสคานี ในท้ายที่สุดในปี ค.ศ.1867 Buitoni บริษัทในทัสคานี ที่กลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจในการผลิตพาสต้าอันดับหนึ่งของโลก

ในสมัยก่อนการกินอาหารพวกนี้ ผู้คนมักจะนิยมกินกันเปล่า ๆ จนต่อมาได้มีการคิดค้น และเริ่มมีการใช้ซอสมะเขือเทศราดบนพาสต้า ทำให้รสชาติอร่อยขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีผู้บริโภคมากขึ้น จากความอร่อย ง่ายต่อการปรุงรส ทำอาหารได้หลากหลาย และสุดท้ายคือราคาที่ไม่แพง หรือแม้แต่ทำขึ้นเองที่บ้านก็ยังได้

Comments are closed.